Occlusion Dentistry

ทันตกรรมบดเคี้ยว

เคี้ยวแล้วเจ็บกราม หรือขากรรไกรลั่น อาจเป็นสัญญาณปัญหาข้อต่อขากรรไกร

ทันตกรรมบดเคี้ยว (Occlusion Dentistry) คืออะไร?

ทันตกรรมบดเคี้ยวคือสาขาหนึ่งของทันตกรรมที่ดูแลเกี่ยวกับ การสบฟัน และการทำงานร่วมกันของฟัน ข้อต่อขากรรไกร (TMJ) และกล้ามเนื้อบดเคี้ยว เพื่อให้คุณเคี้ยว พูด และยิ้มได้อย่างสบายและมีประสิทธิภาพ

การสบฟันที่สมดุลไม่เพียงช่วยให้การเคี้ยวอาหารเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยังช่วยป้องกันไม่ให้ข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่อาการปวดหรือความผิดปกติได้ เช่น

  • อ้าปากได้ไม่สุด หรือติดขัดเวลาอ้าหรือหุบปาก

  • มีความรู้สึกเมื่อยล้าบริเวณขากรรไกรบ่อย ๆ

  • เคยใส่เฝือกสบฟันแต่ยังมีอาการเดิมซ้ำ ๆ

ทำไมต้องรักษาการสบฟันให้สมดุล

  • ป้องกันอาการปวดขากรรไกร (TMJ)
    การสบฟันผิดปกติอาจทำให้เกิดแรงกดเกินต่อข้อต่อขากรรไกร

  • ลดการสึกของฟัน – ผู้ที่มีพฤติกรรมนอนกัดฟันมักทำให้ผิวฟันสึกเร็วกว่าปกติ

  • เพิ่มประสิทธิภาพการเคี้ยว – ฟันที่สบกันอย่างถูกต้องช่วยให้เคี้ยวอาหารได้เต็มประสิทธิภาพ

  • ช่วยรักษาสุขภาพช่องปากในระยะยาว – ลดโอกาสเกิดปัญหาเหงือกและกระดูกรองรับฟัน

สัญญาณที่บ่งบอกว่า
อาจมีปัญหาการสบฟัน

  • ปวดกรามหรือปวดข้างหู

  • มีเสียง “คลิก” หรือ “กรอบแกรบ” ขณะอ้าปากหรือเคี้ยว

  • ปวดศีรษะหรือปวดกล้ามเนื้อใบหน้าโดยไม่ทราบสาเหตุ

  • ฟันสึกหรือแตกโดยไม่เกิดจากการกระแทก

  • นอนกัดฟันหรือตื่นมาแล้วรู้สึกเมื่อยกราม

หมายเหตุ: อาการเหล่านี้อาจมีหลายสาเหตุ ควรให้ทันตแพทย์ตรวจประเมินเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

การดูแลและป้องกันปัญหาการสบฟัน

  1. ตรวจสุขภาพช่องปากและการสบฟันเป็นประจำ

  2. ใช้เฝือกสบฟัน (Occlusal Splint) เพื่อลดแรงกดจากการนอนกัดฟัน

  3. สำหรับนักกีฬา ใช้เฝือกสบฟันแบบเฉพาะบุคคล (Sports Mouthguard) เพื่อป้องกันการกระแทก

  4. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็ง เช่น น้ำแข็งหรือปากกา

เฝือกสบฟัน คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ

เฝือกสบฟันแก้นอนกัดฟัน – ลดแรงกดและช่วยปกป้องฟันขณะนอน

เฝือกสบฟันสำหรับเล่นกีฬา – ป้องกันการบาดเจ็บต่อฟัน เหงือก และขากรรไกร

ทันตกรรมบดเคี้ยวเป็นมากกว่าการดูแลฟันให้สบกันพอดี แต่คือการดูแลการทำงานร่วมกันของฟัน ข้อต่อขากรรไกร และกล้ามเนื้อ เพื่อให้คุณใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสบายและมีสุขภาพช่องปากที่ดีในระยะยาว

    1. เฝือกสบฟันชนิดอ่อน (Soft Occlusal Splint) : ทำจากวัสดุนิ่ม ทำได้ง่าย

    2. เฝือกสบฟันชนิดแข็ง (Hard Occlusal splint) : ทำจากพลาสติกชนิดแข็ง

    1. ทันตแพทย์ทำการตรวจสุขภาพช่องปาก การสบฟัน และวางแผนการรักษา และทำการพิมพ์ฟันหรือสแกนฟัน เพื่อนำไปทำเฝือกสบฟัน

    2. ทันตแพทย์ทำการแนะนำการใส่อุปกรณ์

  • โดยทั่วไป เฝือกสบฟัน (Occlusal splint หรือ Night guard) มีอายุการใช้งานประมาณ 1–3 ปี
    ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

    • ความถี่ในการใช้งาน

    • พฤติกรรมการนอนกัดฟันของแต่ละคน

    • การดูแลรักษาความสะอาด

    • คุณภาพของวัสดุที่ใช้ทำ

    หากใช้งานถูกวิธีและดูแลดี เฝือกสบฟันอาจใช้งานได้นานหลายปี
    แต่หากมีการสึกหรอ แตกหัก หรือไม่กระชับ ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อพิจารณาทำใหม่

  • เพื่อให้เฝือกสบฟันใช้งานได้นาน มีประสิทธิภาพ และสะอาดปลอดภัย ควรดูแลดังนี้:

    1. ล้างเฝือกสบฟันทันทีหลังใช้งาน

      ใช้แปรงขนนุ่มและน้ำสะอาดในการทำความสะอาดทุกครั้งหลังถอด ไม่ควรใช้ยาสีฟันเพราะอาจทำให้พลาสติกเป็นรอย

    2. แช่ในน้ำสะอาดเมื่อไม่ใช้งาน

      ควรเก็บเฝือกสบฟันไว้ในกล่องที่แห้งสะอาดหรือแช่น้ำสะอาด เพื่อป้องกันการแห้งกรอบหรือเสียรูป

    3. หมั่นทำความสะอาดลึกสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง

      สามารถใช้น้ำยาล้างฟันปลอม หรือเม็ดฟู่ทำความสะอาดที่ทันตแพทย์แนะนำ เพื่อช่วยฆ่าเชื้อและลดกลิ่น

    4. หลีกเลี่ยงความร้อน

      อย่าวางเฝือกไว้ในที่ร้อน เช่น ใกล้หน้าต่างหรือในรถ เพราะความร้อนอาจทำให้เฝือกบิดเบี้ยว

    5. พบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจเช็ก

      ทันตแพทย์เฉพาะทางจะช่วยปรับเฝือกให้กระชับ และตรวจดูว่าการรักษายังได้ผลดีหรือไม่

FAQs
คำถามที่พบบ่อย

  • คนที่ควรใส่เฝือกสบฟัน มีดังนี้

    • คนที่มีนิสัยนอนกัดฟัน หรือขบฟัน ในเวลากลางวัน/กลางคืน

    • คนที่มีการใช้งานกล้ามเนื้อบดเคี้ยวมากกว่าปกติ

    • คนที่มีอาการติดขัดเวลาอ้าปากหรือหุบปาก

    • คนที่มีภาวะข้อเสื่อมของขากรรไกร

  • A : สัญญาณเตือนนอนกันฟัน มีดังนี้

    • มีอาการปวดเมื่อยแก้ม กระพุ้งแก้ม

    • กล้ามเนื้อบดเคี้ยวมีอาการปวด

    • มีเสียงบริเวณข้อต่อขากรรไกร

    • ฟันหรือวัสดุอุดมีการสึก แตกร้าว

  • หากนอนกัดฟันแต่ไม่ใส่เฝือกสบฟันทำให้เกิดผลเสียในเรื่องของการปวดข้อต่อขากรรไกร กล้ามเนื้อบดเคี้ยว อาจส่งผลทำให้ฟันแตกและเกิดปัญหาในช่องปากตามมาได้

  • ​หลังจากการรักษาความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร (Temporomandibular Disorders - TMD) ผู้ป่วยมักคาดหวังผลลัพธ์ดังต่อไปนี้:​

    1. บรรเทาอาการปวด: ลดหรือหายจากอาการปวดบริเวณขากรรไกร ใบหน้า หรือศีรษะที่เกี่ยวข้องกับ TMD​

    2. ปรับปรุงการเคลื่อนไหวของขากรรไกร: เพิ่มความสามารถในการอ้าปาก เคี้ยวอาหาร และพูดได้อย่างสะดวก​

    3. ลดเสียงผิดปกติในข้อต่อ: เสียงคลิกหรือกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหวขากรรไกรลดลงหรือหายไป​

    4. เพิ่มคุณภาพชีวิต: ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันโดยไม่มีอาการรบกวน ส่งผลให้คุณภาพชีวิตโดยรวมดีขึ้น​

    อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและการตอบสนองต่อการรักษา ควรปรึกษาทันตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม​

Restore your smile and enjoy your food again.

Restore your smile and enjoy your food again.

กำลังปวดกราม ปวดขากรรไกร หรือกัดฟันตอนนอนอยู่รึเปล่า ถึงเวลาให้คุณหมอเฉพาะทางดูแล

ปัญหาการสบฟันและข้อต่อขากรรไกร (TMJ) อาจเริ่มจากอาการเล็กน้อย เช่น ปวดกราม หรือมีเสียงคลิกเวลาขยับปาก แต่หากปล่อยไว้นาน อาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันและส่งผลต่อสุขภาพช่องปากได้

ที่ Bigmouthten เรามี ทันตแพทย์เฉพาะทางด้านข้อต่อขากรรไกรและการสบฟัน พร้อมดูแลอย่างครบวงจร ทั้งการตรวจประเมิน วางแผนแก้ไข และให้คำแนะนำการดูแลตนเองอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น

  • การทำเฝือกสบฟันเพื่อลดแรงกดจากการกัดฟัน

  • การออกแบบเฝือกสบฟันสำหรับนักกีฬา (Sports Mouthguard) แบบเฉพาะบุคคล

  • คำแนะนำการปรับพฤติกรรมเพื่อลดอาการปวด

อย่ารอให้อาการหนัก หากคุณมีอาการปวดขากรรไกร นอนกัดฟัน ฟันสึก หรือสงสัยว่าการสบฟันอาจไม่สมดุล
นัดปรึกษากับคุณหมอเฉพาะทางด้านข้อต่อขากรรไกรที่ Bigmouthten วันนี้ เพื่อให้เราช่วยคุณกลับมายิ้ม เคี้ยว และใช้ชีวิตได้อย่างสบายอีกครั้ง